ตั้งราคาขายส่งสินค้านำเข้าจีน 2026 ให้กำไรพอขยายธุรกิจ | OTE
Tips&Trick นำเข้าสินค้าจีน

ตั้งราคาขายส่งสินค้านำเข้าจีน 2026 ให้กำไรพอขยายธุรกิจ | OTE

27/05/2026
วิธีตั้งราคาขายส่งสินค้านำเข้าจีน 3 ชั้น ให้กำไรพอขยายธุรกิจ OTE 2026

⚡ คำตอบ 30 วินาที: การตั้งราคาขายส่งสินค้านำเข้าจีนให้โตได้ ต้องเริ่มจากคิด ต้นทุนเต็ม ก่อน — ราคาสินค้า + ค่าบริการในจีน + ค่าขนส่ง (KG หรือ CBM) + VAT 7% + ค่าแพ็ค/ของเสีย — แล้วค่อยวางราคา 3 ชั้น (ปลีก / ส่ง / ตัวแทน) โดยให้ชั้นต่ำสุดยังเหลือกำไรขั้นต้น 25-35% เพื่อมีเงินไป reinvest ขยายสต็อกและทีม ไม่ใช่แค่ขายได้แต่ไม่เหลือเงินต่อยอด

พ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ 8 ใน 10 ราย พลาดเรื่องเดียวกันตอนเริ่มนำเข้าสินค้าจากจีน — ตั้งราคาจากราคาหน้าเว็บ 1688 บวกกำไรนิดหน่อย แล้วลืมว่ายังมีค่าขนส่ง KG/CBM, VAT, ค่าแพ็ค และของเสียซ่อนอยู่ ผลคือยอดขายดูสวย แต่พอสิ้นเดือนเงินไม่เหลือไปสั่งล็อตใหม่ OTE ให้บริการมาตั้งแต่ปี 2557 ดูแลพ่อค้าแม่ค้ากว่า 50,000 ราย และเคยเห็นเคสนี้ซ้ำๆ จนเข้าใจว่าปัญหาไม่ใช่ของไม่ดี แต่เป็นการตั้งราคาที่ลืมต้นทุนแฝง บทความนี้ (อัปเดต พ.ค. 2026) จะสอนคิดต้นทุนเต็มแล้ววางโครงราคา 3 ชั้นแบบที่เหลือกำไรพอขยายจริง

🎯 ใครควรอ่านบทความนี้?

  • 📦 คนที่สั่งสินค้าจากจีนมาขายแล้ว แต่รู้สึกว่าขายดีแต่เงินไม่โต
  • 🤝 คนที่อยากเปิดระบบตัวแทน/dealer แต่ไม่รู้จะตั้งราคาส่งเท่าไหร่
  • 📈 คนที่อยากสเกลจากล็อตเล็กไปล็อตใหญ่ผ่าน 1688 / Taobao / Tmall
  • 🧮 คนที่ยังคิดต้นทุนแค่ราคาสินค้า ไม่ได้รวม CBM / KG / VAT
พีระมิดราคา 3 ชั้นจากต้นทุนเต็มโครงสร้างราคาขายส่งสินค้านำเข้าจีน 3 ชั้น ตั้งบนฐานต้นทุนเต็มโครงราคา 3 ชั้น บนฐานต้นทุนเต็มราคาปลีกราคาส่ง (ร้านค้า)ราคาตัวแทน / dealerต้นทุนเต็ม = สินค้า + บริการจีน + ขนส่ง + VAT + ของเสีย
ราคาทุกชั้นต้องตั้งบนต้นทุนเต็ม ไม่ใช่ราคาหน้าเว็บ 1688
  1. ทำไมตั้งราคาผิด = ขายได้แต่ไม่โต
  2. STEP 1 คำนวณต้นทุนเต็มต่อชิ้น
  3. STEP 2 วางโครงราคา 3 ชั้น
  4. STEP 3 ใส่ margin พอ reinvest
  5. เคสจริง: ตัวอย่างคำนวณเสื้อ 300 ตัว
  6. ใช้เครื่องมือ OTE ช่วยคิด

ทำไมตั้งราคาผิด = ขายได้แต่ไม่โต

ตามตรงนะ ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ขายไม่ได้ — แต่อยู่ที่ขายแล้วไม่เหลือเงินไปลงทุนต่อ ลองนึกภาพ คุณสั่งของจาก 1688 มา 100 ชิ้น ทุนหน้าเว็บ 30฿ บวกขายไป 60฿ ดูเหมือนกำไรเท่าตัว แต่พอหักค่าขนส่ง KG, VAT 7%, ค่าแพ็ค และของที่เสียระหว่างทาง กำไรจริงอาจเหลือแค่ 8-10฿/ชิ้น

เงินกำไรก้อนเล็กนั้นพอจ่ายค่ากินอยู่ แต่ไม่พอสั่งล็อตที่ใหญ่ขึ้น ไม่พอจ้างคนแพ็ก ไม่พอยิงแอด Shopee / Lazada / TikTok Shop ธุรกิจเลยค้างอยู่ที่เดิม การตั้งราคาที่ดีต้องเผื่อ "เงินไปต่อ" ตั้งแต่บรรทัดแรก ไม่ใช่หวังว่ายอดเยอะแล้วกำไรจะตามมาเอง

STEP 1 คำนวณต้นทุนเต็มต่อชิ้น

ก่อนตั้งราคาขายส่ง ต้องรู้ ต้นทุนเต็ม (landed cost) ต่อชิ้นก่อน ซึ่งประกอบด้วย 5 ส่วน:

ต้นทุนเต็มต่อชิ้น 5 ส่วนการแยกต้นทุนเต็มของสินค้านำเข้าจีนออกเป็น 5 ส่วนต้นทุนเต็ม 1 ชิ้น = 5 ส่วนรวมกัน① ราคาสินค้า (1688/Taobao)② ค่าบริการในจีน③ ค่าขนส่ง KG หรือ CBM④ VAT 7%⑤ ค่าแพ็ค + ของเสียต้นทุนเต็ม= ฐานราคา
คิดให้ครบ 5 ส่วนก่อนเสมอ แล้วค่อยบวกกำไร

เรื่อง KG กับ CBM ที่คนมักลืม

ค่าขนส่งจีน-ไทยคิดได้ 2 แบบ — ตามน้ำหนัก (KG) หรือตามปริมาตร (CBM) ระบบจะเลือกแบบที่ "แพงกว่า" ให้อัตโนมัติ ดังนั้นของเบาแต่ใหญ่ (เช่น หมอน ตุ๊กตา) มักโดนคิด CBM ส่วนของหนักแต่เล็ก (เช่น อะไหล่ น็อต) คิด KG กับ OTE Connect อัตราขึ้นกับ Level ของบัญชี: ลูกค้าใหม่ LV.1 อยู่ที่ 42฿/KG หรือ 7,700฿/CBM พอยอดสะสมขึ้น LV.3 Platinum จะลดเหลือ 29฿/KG หรือ 5,500฿/CBM (อ้างอิงอัตรา พ.ค. 2026) ตรงนี้คือเหตุผลที่ยิ่งสั่งเยอะต่อเนื่อง ต้นทุนต่อชิ้นยิ่งถูกลง วิธีคิดง่ายสุดคือกรอกตัวเลขใน เครื่องคำนวณค่าขนส่งจีน-ไทย ก่อนสั่งทุกครั้ง

STEP 2 วางโครงราคา 3 ชั้น

เมื่อได้ต้นทุนเต็มแล้ว ให้วางราคา 3 ชั้น เพื่อรองรับทั้งคนซื้อปลีกและคนที่จะมาเป็นตัวแทน — แต่ละชั้นต้องเหลือกำไรคนละระดับ

ราคา 3 ชั้นและกำไรแต่ละชั้นการ์ดเปรียบเทียบราคาปลีก ส่ง และตัวแทน พร้อมช่วงกำไรราคา 3 ชั้น — กำไรไล่ระดับ1ราคาปลีกขายลูกค้าทั่วไปเห็นสินค้าจริง เชื่อใจกำไร 55-70%2ราคาส่งขายร้านค้ารายย่อยซื้อเป็นแพ็ก/โหลกำไร 35-45%3ราคาตัวแทนdealer ซื้อยกลังขายต่อได้ปริมาณมากกำไร 25-35%
ชั้นตัวแทนกำไรน้อยสุดต่อชิ้น แต่ขายปริมาณมาก = เงินหมุนเร็ว

หลักคิดคือ ราคาปลีก เป็นเพดานบน (ลูกค้ายอมจ่ายเพราะได้ของชิ้นเดียว สะดวก) ส่วน ราคาตัวแทน เป็นพื้น — ต่ำสุดเท่าที่ยังเหลือกำไร 25-35% ห้ามต่ำกว่านี้ เพราะถ้าตัวแทนได้ราคาเกือบเท่าทุน คุณจะไม่เหลือเงินซัพพอร์ตเขา (ส่งของ เคลม รีสต็อก) เคยมีลูกค้าถามว่าทำไมเปิดตัวแทนแล้วยิ่งเหนื่อยยิ่งจน — คำตอบคือตั้งราคาตัวแทนต่ำเกินจนไม่เหลือ margin บริหาร

STEP 3 ใส่ margin พอ reinvest

พูดให้ชัด — กำไรที่ตั้งไว้ต้องเผื่อ 3 ก้อนเสมอ ไม่ใช่เอาเข้ากระเป๋าหมด:

  • 💰 เงินสั่งล็อตใหม่ — อย่างน้อย 40-50% ของกำไร กันไว้รีสต็อก ไม่งั้นของหมดแล้วไม่มีทุนสั่งต่อ
  • 📣 เงินการตลาด — 15-20% สำหรับยิงแอด Shopee / Lazada / TikTok Shop หรือทำคอนเทนต์
  • 🛡️ เงินสำรองความเสี่ยง — 10% เผื่อของเสีย ค่าระวางขึ้น หรือช่วงตรุษจีนที่โรงงานปิด

อันนี้สำคัญ — ช่วงตรุษจีน 2026 (กลางเดือน ก.พ.) โรงงานจีนปิด 7-10 วัน ทีม OTE ที่โกดัง Guangzhou ต้องเตรียมปิดตู้ล่วงหน้า คนที่ไม่เผื่อเงินสำรองมักเจอปัญหาของขาดสต็อกพอดีช่วงพีค ถ้าตั้งราคาเหลือ margin บางเกินไป จะไม่มีกันชนรับมือจังหวะแบบนี้ อยากดูภาพรวมการนำเข้าทั้งระบบ อ่านเพิ่มที่ คู่มือนำเข้าสินค้าจากจีน 2026 ฉบับครบจบ

เคสจริง: ตัวอย่างคำนวณเสื้อ 300 ตัว

เคสจริง (ปรับตัวเลขเพื่อความเป็นส่วนตัว): ลูกค้ารายหนึ่งสั่งเสื้อจาก 1688 ล็อต 300 ตัว มาลองดูว่าต้นทุนเต็มกับราคา 3 ชั้นออกมาเท่าไหร่

รายการต่อตัว
ราคาสินค้า (1688)35 ฿
ค่าบริการในจีน + แพ็ก4 ฿
ค่าขนส่ง (KG, LV.1)9 ฿
VAT 7% + ของเสียเผื่อ4 ฿
ต้นทุนเต็ม/ตัว52 ฿
ราคาหน้าเว็บ 35฿ แต่ต้นทุนจริง 52฿ — ต่างกัน 17฿/ตัว

จากต้นทุนเต็ม 52฿ วางราคา 3 ชั้นได้แบบนี้: ตัวแทน 75฿ (กำไร 44%), ส่ง 90฿ (กำไร 73%), ปลีก 159฿ (กำไร 206%) จะเห็นว่าแม้ราคาตัวแทนต่ำสุด ก็ยังเหลือ 23฿/ตัว × 300 = 6,900฿ ต่อล็อต พอเอาไปสั่งล็อตถัดไปได้จริง นี่แหละความต่างระหว่าง "ขายได้" กับ "ขายแล้วโต" ใครอยากเห็นว่าธุรกิจนี้ทำรายได้จริงแค่ไหน ลองอ่าน ขายของออนไลน์ให้มีรายได้มากกว่างานประจำ

ใช้เครื่องมือ OTE ช่วยคิด

ไม่ต้องคิดทุกอย่างในหัว ระบบ OTE มีเครื่องมือช่วยให้ตั้งราคาง่ายขึ้น:

  • 🧮 เครื่องคำนวณค่าขนส่ง — กรอก KG/CBM รู้ค่าขนส่งจริงก่อนสั่ง ที่ cal_shipping
  • 📊 ระบบ Level — ยิ่งสั่งสะสม ยิ่งได้ค่าขนส่งถูกลง (LV.1 42฿ → LV.3 29฿/KG) = ต้นทุนต่อชิ้นลด
  • 🎁 OTE Bonus — คืนแต้มตามยอด ช่วยลดต้นทุนทางอ้อม อ่าน ระบบคะแนน OTE Bonus
  • 🔄 ยังลังเลว่าจะสั่งเองหรือฝากสั่ง? เทียบที่ สั่งเอง vs ฝากสั่งสินค้าจีน

OTE ให้บริการขนส่ง 2 รูปแบบ คือทางรถ (10-15 วัน) และทางเรือ (20-25 วัน) นับจากวันปิดตู้ที่โกดังจีน เลือกตามว่าของเร่งหรือเน้นประหยัด แล้วเอาตัวเลขจริงมาใส่ในต้นทุนเต็มก่อนตั้งราคาทุกครั้ง

คำถามที่ถูกค้นมากที่สุด

ตั้งราคาส่งกำไรกี่ % ดี?ราคาส่ง 35-45% ตัวแทน 25-35% ปลีก 55-70%
ต้นทุนเต็มรวมอะไรบ้าง?สินค้า + บริการจีน + ขนส่ง KG/CBM + VAT 7% + แพ็ค/ของเสีย
ค่าขนส่งคิด KG หรือ CBM?ระบบเลือกแบบที่แพงกว่าให้อัตโนมัติ

คลังคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุด

ตั้งราคาตัวแทนต่ำสุดได้แค่ไหน?

แนะนำไม่ต่ำกว่ากำไรขั้นต้น 25% จากต้นทุนเต็ม เพราะคุณยังต้องเหลือเงินซัพพอร์ตตัวแทน (ส่งของ เคลม รีสต็อก) ถ้าต่ำกว่านี้มักจบที่ยิ่งขายยิ่งเหนื่อยแต่ไม่มีกำไรไปต่อ

ต้องคิด VAT 7% ในต้นทุนทุกครั้งไหม?

ควรเผื่อไว้เสมอ โดยเฉพาะถ้าเป็นนิติบุคคลและต้องออกใบกำกับภาษี การเผื่อ VAT ตั้งแต่ต้นทำให้ราคาขายไม่เพี้ยนภายหลัง

ของเบาแต่ใหญ่ ตั้งราคายังไงไม่ขาดทุน?

ของเบาแต่ใหญ่มักโดนคิดค่าขนส่งแบบ CBM ซึ่งแพงกว่า KG ต้องกรอกขนาดจริงในเครื่องคำนวณก่อน แล้วบวกค่าขนส่ง CBM เข้าต้นทุนเต็ม ไม่งั้นจะตั้งราคาต่ำเกินจริง

สั่งล็อตเล็กกับล็อตใหญ่ ต้นทุนต่อชิ้นต่างมากไหม?

ต่างพอควร เพราะ Level บัญชี OTE Connect จะขยับขึ้นตามยอดสะสม ทำให้ค่าขนส่งต่อ KG ลดลง (จาก 42฿ ไป 29฿) ยิ่งสั่งต่อเนื่อง ต้นทุนต่อชิ้นยิ่งถูก ตั้งราคาแข่งได้ง่ายขึ้น

ช่วงตรุษจีนควรปรับราคาไหม?

ไม่ต้องขึ้นราคาตามอารมณ์ แต่ควรตุนสต็อกล่วงหน้าและเผื่อเงินสำรอง เพราะโรงงานจีนปิด 7-10 วันช่วงกลาง ก.พ. 2026 ของอาจส่งช้าและค่าระวางผันผวน

ตั้งราคาปลีกสูงไป ลูกค้าจะหนีไหม?

ลูกค้าปลีกจ่ายเพื่อความสะดวกและความเชื่อใจ ถ้าภาพสินค้าและบริการดี ราคาปลีกสูงกว่าทุน 2-3 เท่าเป็นเรื่องปกติในตลาด Shopee/Lazada สำคัญคือเล่าคุณค่าให้ตรง ไม่ใช่ตัดราคาแข่งจนไม่เหลือกำไร

อยากให้เราช่วยคำนวณต้นทุนก่อนตั้งราคา?

นิติบุคคล authorized · ออกใบกำกับภาษีได้ · เคลียร์ตู้คอนเทนเนอร์จากจีนทุกวัน

📝 สมัครใช้ระบบ OTE ฟรี💬 LINE @ote.co

หรือโทรสอบถาม 094-792-8987

📝 เขียนโดย: ทีม OTE Content · บริษัท โอ-ที-อี จำกัด (DBD 0125562032456)

🕐 อัปเดตล่าสุด: 27 พฤษภาคม 2026 · เผยแพร่: 27 พฤษภาคม 2026

บทความนี้รวบรวมจากเคสจริงที่ทีม OTE ดูแลออเดอร์ในแต่ละวัน · ตัวเลขค่าขนส่งอ้างอิงระบบ OTE Connect และ OTE Shipping ID ที่ใช้งานจริง

บทความแนะนำที่อ่านคู่กับเรื่องนี้

Tips&Trick นำเข้าสินค้าจีน