นำเข้าสินค้าจากจีน “สั่งด้วยตัวเอง” หรือ “ฝากสั่งกับชิปปี้ง” แตกต่างกันอย่างไร?
นำเข้าสินค้าจีนด้วยระบบ OTE

นำเข้าสินค้าจากจีน “สั่งด้วยตัวเอง” หรือ “ฝากสั่งกับชิปปี้ง” แตกต่างกันอย่างไร?

18/11/2021
คำตอบสั้น: การนำเข้าสินค้าจากจีนทำได้ 2 วิธีหลักๆ คือ สั่งด้วยตัวเอง ซึ่งประหยัดกว่าแต่ต้องคุยประสานงานกับร้านจีนด้วยตัวเองเหมาะสำหรับผู้ชำนาญมีประสบการณ์ และ ฝากสั่งกับชิปปิ้ง ซึ่งเป็นตัวกลางประสานงานให้ทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ เหมาะกับมือใหม่หรือผู้ซื้อที่ต้องการตัดความยุ่งยาก
📌 บทความนี้เหมาะกับใคร?
  • 🔰 มือใหม่ที่ยังไม่เคยสั่งของจากจีน
  • 🛍️ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่อยากลดต้นทุนสินค้า
  • 📦 คนที่สั่งเองอยู่แล้วแต่อยากลดความยุ่งยากเรื่องขนส่ง
  • 💰 คนที่กำลังเทียบว่าแบบไหนคุ้มกว่าในระยะยาว


นำเข้าสินค้าจากจีน “สั่งด้วยตัวเอง” หรือ “ฝากสั่งกับชิปปี้ง” แตกต่างกันอย่างไร?

นำเข้าสินค้าจากจีนมีกี่วิธี

นำเข้าสินค้าจากจีนแบบไหนถึงจะเหมาะกับคุณที่สุด จะสั่งเองหรือฝากสั่งกับชิปปิ้ง โดยสั่งซื้อสินค้าจาก 3 เว็บไซต์ยอดนิยมของจีน คือ Taobao Tmall และ 1688 ซึ่งวิธีไหนถึงจะคุ้มที่สุด หากเราไม่เคยมีประสบการณ์ในการนำเข้าสินค้ามาเลย แน่นอนว่าอาจจะต้องเลือกใช้วิธีการฝากสั่งกับชิปปิ้ง! แต่จะแพงกว่าการสั่งซื้อเองหรือไม่…

สั่งสินค้าจีนเอง VS ฝากสั่งกับชิปปี้ง จาก OTE
สั่งสินค้าจีนเอง VS ฝากสั่งกับชิปปี้ง จาก OTE

แบบที่ 1 สั่งสินค้าจีนด้วยตัวเอง

แบบแรก คือ การสั่งสินค้าจีนด้วยตัวเอง วิธีนี้สามารถสั่งซื้อได้เองโดยผ่านแอพพลิเคชั่น Taobao, Tmall, Alibaba และ Aliexpress ซึ่งจะต้องทำการสั่งซื้อและชำระเงินด้วยตัวเอง ผ่านช่องทางบริการต่าง ๆ เช่น Alipay หรือตัดผ่านบัตรเครดิต เป็นต้น และสินค้าที่เหมาะกับการสั่งซื้อด้วยตัวเอง ควรจะเป็นสินค้าที่ไม่มีรายละเอียดเยอะ เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดการเกิดปัญหาในการสั่งซื้อสินค้าและติดต่อกับร้านค้าจีน 

       เหมาะสำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่คุยกับร้านค้าจีนได้เองพอสมควร สื่อสารภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษได้พอสมควร เพราะเวลาเกิดปัญหา เช่น ไม่ได้รับของ สินค้าไม่ตรงปก หรือปัญหาใดใดก็ตาม คุณจะต้องทำการติดต่อกับทางร้านค้าจีน หรือเว็บไซต์จีนนั้น ๆ ด้วยตัวเอง 

       ซึ่งวิธีการสั่งซื้อสินค้าจากจีนด้วยตัวเอง เมื่อสั่งซื้อสินค้า ชำระเงินหรือประสานงานกับร้านค้าจีนเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมขอที่อยู่ของชิปปิ้งที่จีน เพื่อนำมากรอกในระบบร้านค้าของเว็บ Taobao, Tmall หรือ 1688 เนื่องจากร้านค้าจีนจะไม่สามารถนำส่งสินค้ามาถึงไทยให้เราได้โดยตรง! 

ข้อดี  

  • ไม่มีค่าบริการฝากสั่ง
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนในระยะยาว

ข้อเสีย 

  • ต้องสื่อสารกับร้านค้าจีนได้
  • ขั้นตอนในการสั่งซื้อค่อนข้างยุ่งยาก
  • ไม่เหมาะกับมือใหม่

แบบที่ 2 ฝากสั่งกับชิปปิ้ง

แบบที่สอง คือ การฝากสั่งกับชิปปิ้ง พูดง่าย ๆก็คือ เหมือนการฝากคนกลางซื้อของจากจีนให้นั่นเองค่ะ ซึ่งบริการฝากสั่งกับชิปปิ้งตอนนี้มีอยู่หลายเจ้ามาก ๆ ที่ให้บริการอยู่ คุณสามารถเลือกหาได้เลยค่ะ มิสโอเตะจะขอแยกออกเป็น 3 แบบ ดังนี้ 

1) ฝากสั่งกับชิปปิ้ง ที่ไม่คิดค่าบริการฝากสั่ง แต่อาจจะมีค่าขนส่งที่เรทราคาสูงกว่าเจ้าอื่น ๆ หรือสูงกว่าค่าขนส่งปกติทั่วไป ซึ่งถ้าเพิ่งเริ่มต้นขายอาจจะง่ายต่อการสั่งซื้อและนำเข้า แต่ในระยะยาว เมื่อร้านเราโตขึ้นเราต้องสต็อกของเพิ่มขึ้นในจำนวนมาก การเลือกชิปปิ้งที่ไม่คิดค่าบริการฝากสั่งอาจจะกลายเป็นเพิ่มต้นทุนสินค้าในการขายของได้เช่นกัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับความประทับใจในบริการของชิปปิ้งนั้น ๆ

2) คิดค่าบริการฝากสั่งจากยอดสั่งซื้อ โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ เช่น สั่งซื้อสินค้า 1,000 บาท คิดค่าบริการฝากสั่ง 50 บาท เท่ากับเป็น 5% ของมูลค่าสินค้ารวมที่สั่งซื้อไป ซึ่งไม่รวมกับค่าขนส่งนำเข้า ฉะนั้น หากเราสั่งสินค้าเพิ่มขึ้น ค่าบริการฝากสั่งก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

3) ฝากสั่งกับชิปปิ้งที่มีค่าบริการฝากสั่งชัดเจน คือ ไม่ว่าจะสั่งซื้อสินค้าเท่าไรก็ตามจะคิดค่าบริการราคาเดียว เช่น จะสั่งซื้อ 1,000 5,000 หรือ 10,000 ก็คิดค่าบริการราคาแค่ 100 บาทไม่บวกเพิ่ม แต่ก็ต้องดูอีกว่าค่าขนส่งจะถูกหรือแพงกว่ากันเท่าไรค่ะ 

      ซึ่งบริการฝากสั่งกับชิปปิ้งทั้ง 3 แบบ จะมีบริการสั่งซื้อ ชำระเงินและประสานงานกับร้านค้าจีนให้ โดยลูกค้าไม่ต้องยุ่งยากในขั้นตอนเหล่านี้เลย เพียงแค่มีสินค้าที่ต้องการสั่งซื้อ และเข้าไปใช้งานในระบบเว็บของชิปปิ้งนั้น ๆ ก็สามารถนำเข้าสินค้าจีนได้ง่าย ๆ 

      สำหรับอัตราค่าบริการและค่าขนส่งของแต่ละเจ้าก็จะแตกต่างกันไป บางเจ้าอาจจะมีค่าบริการสูงหน่อยแต่ได้ระบบการใช้งานเว็บที่มีคุณภาพ ไม่ยุ่งยาก ถามตอบได้ตลอดเวลา มีแอดมินคอยให้คำปรึกษาอย่างเว็บ Ote.co ของเรา ก็ทำให้ลูกค้าอยากสั่งซื้อและนำเข้ากับชิปปิ้งต่อไปเรื่อย ๆ และที่สำคัญมั่นใจได้ว่าจะได้รับสินค้าที่สั่งซื้อไปอย่างแน่นอน เพราะมีการติดตามสถานะออเดอร์สินค้า รวมถึงหากเกิดปัญหาเกี่ยวกับการสั่งซื้อ ชิปปิ้งจะเป็นฝ่ายติดต่อและประสานงานกับทางร้านค้าจีนให้

ข้อดี 

  • ระบบเว็บไม่ยุ่งยาก
  • เหมาะสำหรับนำเข้าสินค้าจีนมือใหม่
  • ไม่ต้องติดเรื่องสื่อสารกับร้านค้าจีน
  • สามารถใช้งานภาษาไทยได้ง่าย ๆ
  • ปรึกษาหรือสอบถามกับชิปปิ้งได้

ข้อเสีย 

  • ค่าบริการขนส่งและนำเข้าอาจจะสูงกว่าการสั่งซื้อนำเข้าด้วยตัวเอง

สรุป เลือกแบบไหนดี

และทั้งหมดนี้ก็คือรูปแบบของการสั่งซื้อนำเข้าสินค้าจากจีน ที่มือใหม่หลายคนสงสัยค่ะ ซึ่งการนำเข้าสินค้าจีนไม่ว่าจะ “สั่งด้วยตัวเอง” หรือ “ฝากสั่งกับชิปปี้ง” ควรเลือกให้เหมาะกับตัวเราเอง ลองพิจารณากันดูนะคะว่าแบบไหนที่เราสะดวกและสบายใจที่สุดค่ะ 

เปรียบเทียบสั่งเองกับฝากสั่งนำเข้าสินค้าจากจีนการ์ดสองใบเทียบวิธีสั่งเองกับฝากสั่งกับชิปปิ้งนำเข้าสินค้าจากจีน 2 วิธีสั่งด้วยตัวเองเสียค่าบริการจัดส่งอย่างเดียวต้นทุนต่ำสุดต้องคุยร้านจีนเองเหมาะคนชำนาญVSฝากสั่งกับชิปปี้งบริการจบครบวงจรไม่มีอุปสรรคทางภาษามีทีมช่วยตอนมีปัญหาเหมาะมือใหม่
เปรียบเทียบการนำเข้าสินค้าจากจีนแบบสั่งเองกับฝากสั่งกับชิปปิ้ง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

มือใหม่ควรเริ่มแบบสั่งเองหรือฝากสั่ง?

ส่วนใหญ่แนะนำเริ่มจากฝากสั่งก่อน เพราะมีทีมงานช่วยและใช้ภาษาไทยได้ทั้งระบบ เมื่อคล่องแล้วค่อยขยับไปสั่งเอง

ฝากสั่งกับชิปปิ้งแพงกว่าสั่งเองไหม?

มีค่าบริการเพิ่มเล็กน้อย แต่แลกกับความสะดวกและลดความเสี่ยงตอนมีปัญหากับร้านค้าจีน เหมาะกับคนที่ยังไม่ชำนาญ

นำเข้าสินค้าจากจีนใช้เวลากี่วัน?

นับจากของถึงโกดังจีน ทางรถประมาณ 10-15 วัน ทางเรือประมาณ 20-25 วัน

สั่งของจาก 1688 หรือ Taobao ต้องมีบัญชีจีนไหม?

ถ้าฝากสั่งกับ OTE ไม่ต้อง ใช้งานผ่านระบบภาษาไทยได้เลย

เริ่มนำเข้าจากจีนควรเตรียมอะไร?

เตรียมลิงก์สินค้าที่อยากได้ แล้ววางในระบบเพื่อสั่งซื้อ ลองคำนวณค่าขนส่งล่วงหน้าก่อนตัดสินใจ

ยังลังเลว่าจะสั่งเองหรือฝากสั่ง? ให้ OTE ช่วยล็อตแรก

นิติบุคคล authorized · ออกใบกำกับภาษีได้ · โกดังจริงทั้งจีนและไทย · tracking ทุกขั้นตอน

📝 สมัครฟรี เริ่มสั่งเลย💬 LINE @ote.co

หรือโทรสอบถาม 094-792-8987

เขียนโดย: Miss.OTE · บริษัท โอ-ที-อี จำกัด (DBD 0125562032456)

อัปเดตล่าสุด: 9 มิถุนายน 2026 · เผยแพร่: 18 พฤศจิกายน 2021

นำเข้าสินค้าจีนด้วยระบบ OTE